


SC จึงนำแนวคิดนี้มาต่อยอดเป็นเกณฑ์ที่วัดผลได้จริง ตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ
ไปจนถึงการใช้นวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีของผู้ใช้อาคาร
พัฒนาเกณฑ์ร่วมกับสถาบันอาคารเขียวไทย (TGBI) และพร้อมนำไปใช้กับอาคารทุกกลุ่มธุรกิจของ SC ทั้งในปัจจุบันและอนาคต
เพื่อสร้างคุณค่าให้คนและโลกในระยะยาว

เริ่มตั้งแต่การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ
ไปจนถึงกระบวนการก่อสร้างที่ช่วยลดของเสีย
เพื่อสร้างความยั่งยืนในระยะยาว

ออกแบบให้รับแสงธรรมชาติ ระบายอากาศได้ดี
พร้อมเลือกใช้วัสดุที่ปลอดภัย (Low VOC)
เพื่อการใช้ชีวิตที่สบายและไร้กังวล

ควบคุมการใช้งานผ่านระบบอัจฉริยะ เพิ่มความ
สะดวกสบาย ประหยัดพลังงาน และเตรียม
โครงสร้างพื้นฐานให้พร้อมรองรับ
การใช้ชีวิตในอนาคต (Future-ready)

SC Asset รับรางวัลเกียรติคุณ Sustainability Disclosure Recognition ประจําปี 2568 บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน โดย นางสาว ฉัตราพร สมสุขสวัสดิ์กุล Sustainability Manager เป็นผู้แทนบริษัท รับรางวัลประกาศเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure Awards ประจําปี 2568 ประเภท Sustainability Disclosure Recognition 2025 จากสถาบันไทยพัฒน์ โดยมีนางสาววีรญา ปรียาพันธ์ ผู้อํานวยการประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน สถาบันไทยพัฒน์เป็นผู้แทนมอบรางวัล ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพฯ ในงานครั้งนี้ สถาบันไทยพัฒน์ ยังจัดพิธีมอบรางวัล Sustainability Disclosure Award ประจําปี 2568 ให้แก่องค์กรสมาชิกประชาคมการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน Sustainability Disclosure Community SDC ที่ได้เปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนอันประโยชน์ต่อกลุ่มผู้มีส่วนได้เสียของกิจการ โดยรางวัลที่มอบให้กับองค์กรในปีนี้ ประกอบด้วย Sustainability Disclosure Award จํานวน 64 รางวัล Sustainability Disclosure Recognition จํานวน 67 รางวัล และ Sustainability Disclosure Acknowledgement จํานวน 32 รางวัล รวมทั้งสิ้น 163 รางวัล

SC Asset สานต่อภารกิจช่วยเหลือภาคใต้ ส่งมอบสิ่งของจําเป็นและอุปกรณ์ฟื้นฟู ผ่านมูลนิธิกระจกเงา บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน เดินหน้าส่งต่อพลังน้ําใจช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้อย่างต่อเนื่อง นําโดย คุณสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน พร้อมทีมจิตอาสา SCอาสา ส่งมอบสิ่งของอุปโภค บริโภคที่จําเป็น และอุปกรณ์ทําความสะอาด เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ผ่าน มูลนิธิกระจกเงา ณ โกดังรับบริจาคของมูลนิธิ SC Asset เชื่อมั่นใน พลังของการดูแลกัน โดยมุ่งหวังว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นกําลังใจให้พี่น้องชาวภาคใต้สามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลําบากไปได้โดยเร็ว และ ขอเป็นอีกหนึ่งพลังใจ เพื่อสร้างกําลังใจให้ทุกครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนก้าวผ่านสถานการณ์ครั้งนี้ไปโดยเร็ว

เอสซี แอสเสท จับมือ มูลนิธิไทยคม ส่งต่อพลังน้ําใจ มอบเงิน 1 000 000 บาท ผ่านสภากาชาดไทย ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน ร่วมกับ มูลนิธิไทยคม โดย นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน และ นายปิฏก สุขสวัสดิ์ กรรมการ มูลนิธิไทยคม โดยครอบครัวชินวัตร พร้อมทีมบริหาร ร่วมมอบเงินบริจาคจํานวน 1 000 000 บาท แด่สภากาชาดไทย เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยครั้งใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่อําเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก โดยมี นายขรรค์ ประจวบเหมาะ ผู้อํานวยการสํานักงานจัดหารายได้ สภากาชาดไทย เป็นผู้รับมอบ เพื่อนําไปใช้สนับสนุนภารกิจด้านการสนับสนุนช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุอุทกภัยครั้งนี้ นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน กล่าวว่า SC Asset ขอเป็นอีกหนึ่งกําลังใจให้กับพี่น้องชาวภาคใต้ที่กําลังเผชิญกับความยากลําบากจากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่นี้ การสนับสนุนครั้งนี้เป็นความตั้งใจของเราที่อยากช่วยบรรเทาความเดือดร้อนอย่างเร่งด่วน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูให้ทุกชุมชนกลับมาใช้ชีวิตตามปกติและปลอดภัยโดยเร็ว เอสซี แอสเสท มุ่งมั่นยืนหยัดเคียงข้างสังคมในยามวิกฤติ พร้อมส่งต่อพลังสนับสนุนด้วยความห่วงใยและจริงใจเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือและฟื้นฟูชุมชนให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่เข้มแข็งอย่างยั่งยืน

เอสซีฯ ลงนาม MOU กับคณะสถาปัตฯ มธ พัฒนางานวิชาการ วิจัย บุคลากร ยกระดับคุณภาพงานออกแบบและการพัฒนาเมืองสู่ความยั่งยืน เอสซี แอสเสท ผู้นําอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูงและมีนวัตกรรม ที่มุ่งสร้างคุณค่าธุรกิจให้เติบโตควบคู่ไปกับสังคมและคนรอบข้าง ได้ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ MOU กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ต่อเนื่อง 3 ปี เพื่อผลักดันความร่วมมือในด้านการศึกษา การวิจัย และการพัฒนาบุคลากรทั้งในภาคการศึกษาและภาคอุตสาหกรรม เปิดโอกาสให้อาจารย์ ผู้เชี่ยวชาญ นักศึกษา และพนักงานของบริษัทได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สู่การต่อยอดเชิงปฏิบัติในงานพัฒนาอสังหาริมทรัพย์และการสร้างเมืองอย่างยั่งยืน นายพุฒิกานต์ เอารัตน์ Chief Sustainability Officer บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน กล่าวถึงความร่วมมือทางการศึกษา กับคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ฯ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในครั้งนี้ว่า ความร่วมมือครั้งนี้ถือเป็นก้าวสําคัญในการผสานความรู้ด้านวิชาการเข้ากับประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ โดยเรามุ่งหวังให้นิสิต นักศึกษา และบุคลากรได้เรียนรู้ พัฒนาทักษะ และต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ผ่านกิจกรรมการออกแบบเชิงปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ การสร้างโปรแกรมการเรียนรู้ร่วมกัน การประกวดออกแบบ Joint Studio ตลอดจนการให้คําปรึกษาเชิงลึกด้านสถาปัตยกรรมและการพัฒนาเมือง อีกทั้งยังสะท้อนถึงเป้าหมายร่วมในการศึกษาค้นคว้าและวิจัยเชิงลึก เพื่อพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในอนาคตให้ก้าวไปอีกขั้น โดยยังคงความโดดเด่นด้านสุนทรียภาพ ความสวยงาม และงานออกแบบที่ตอบโจทย์ฟังก์ชันการใช้งานจริง ควบคู่กับการยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้อยู่อาศัย ขณะเดียวกันยังให้ความสําคัญต่อประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม การลดการใช้พลังงาน และการใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า เพื่อให้ที่อยู่อาศัยยุคใหม่เป็นมิตรต่อโลกและสอดคล้องกับบริบทการอยู่อาศัยของสังคมในอนาคตอย่างแท้จริง โดยความร่วมมือยังมุ่งสนับสนุนงานวิจัยด้านเทคโนโลยี การออกแบบเมือง และผลกระทบต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อมตามแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงกรอบ ESG เพื่อให้สามารถนําไปใช้ได้จริงและเป็นประโยชน์ต่อการยกระดับมาตรฐานการออกแบบและการพัฒนาเมืองไทยให้มีคุณภาพและยั่งยืนในอนาคต นอกจากนี้ยังเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษา คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เข้าฝึกงานกับ เอสซี แอสเสท ทั้งยังสนับสนุนการพัฒนาหลักสูตรและการจัดกิจกรรมฝึกอบรมหรือหลักสูตรระยะสั้น เพื่อพัฒนาทักษะและเสริมศักยภาพบุคลากรทั้งในสถาบันการศึกษาและในภาคธุรกิจ

SCX Corporation จับมือ Vasticity Assets แตกไลน์ธุรกิจพลังงานแสงอาทิตย์ เปิดตัว Smart Solar Energy Solutions ยกระดับ Green Industrial Property ด้วยพื้นที่ติดตั้ง Solar Rooftop รวมกว่า 100 000 ตร ม ลดต้นทุนผู้เช่า ตอบรับ Net Zero SCX Corporation บริษัทในเครือ SC Asset เดินหน้าขยายพอร์ต Engine 2 ต่อยอดธุรกิจโลจิสติกส์และพลังงานสะอาด ภายใต้แนวคิด The Way Forward ยกระดับศักยภาพสู่การพัฒนา Green Industrial Property ทั้งเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขัน และสร้างรายได้ประจํา เปิดตัวโซลูชัน Smart Solar Energy Solutions เดินเครื่องติดตั้งโซลาร์รวมกว่า 100 000 ตร ม ในคลังสินค้า SCX Logistics ทุกแห่ง ลดต้นทุนผู้เช่า เพิ่มรายได้ธุรกิจ ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน สนับสนุนไทยสู่ Net Zero ชูจุดแข็งดึงผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานสะอาด Vasticity Assets เสริมการให้บริการแก่ลูกค้าในโครงการ เริ่มนําร่องแห่งแรก SCX Logistics บางนา กม 20 นายรชฎ นันทขว้าง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซีเอ็กซ์ คอร์ปอเรชั่น จํากัด หรือ SCX Corporation เปิดเผยว่า บริษัทเตรียมเดินหน้าต่อยอดธุรกิจที่สร้างรายได้ประจํา หรือ Engine 2 ของเครือเอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น SC Asset ภายใต้วิสัยทัศน์ The Way Forward พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ นําโซลูชันการให้บริการพลังงานแสงอาทิตย์ เข้ามาเสริมแกร่งคลังสินค้า เพื่อให้เกิด Smart Solar Energy Solutions สร้าง Green Industrial Property ที่ช่วยลูกค้าลดต้นทุนพลังงาน พร้อมทั้งสอดคล้องกับมาตรฐานด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมสมัยใหม่ ลูกค้าโลจิสติกส์ยุคนี้ไม่ได้มองหาเพียงคลังสินค้าและโรงงานอีกต่อไป แต่ต้องการโครงการที่ช่วยให้ธุรกิจเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในด้านโครงสร้างพื้นฐาน ระบบอํานวยความสะดวก และต้นทุนพลังงานที่สามารถบริหารจัดการได้ โดยเฉพาะความต้องการพลังงานสีเขียวที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง การพัฒนาโซลูชั่น Solar Smart Warehouse จึงเป็นการวางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานให้คลังสินค้าของ SCX Corporation เติบโตไปพร้อมกับมาตรฐาน ESG ของลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ นายรชฎ กล่าว สําหรับโซลูชัน Smart Solar Energy Solutions จะดําเนินการติดตั้ง Solar Rooftopในโครงการ SCX Logistics ทุกแห่ง คิดเป็นพื้นที่รวมกว่า 100 000 ตร ม สามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 20 เมกะวัตต์ชั่วโมง MWh หรือเทียบเท่าการผลิตไฟฟ้า 29 200 000 กิโลวัตต์ชั่วโมง kWh ต่อปี รวมถึงการติดตั้งระบบที่เกี่ยวข้อง คาดว่าจะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านพลังงานได้ประมาณ 20 30 ขณะเดียวกัน ยังช่วยลดก๊าซเรือนกระจกได้ประมาณ 14 600 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า tCO2e ต่อปี หรือเทียบเท่าการปลูกต้นไม้ 1 62 ล้านต้น นายรชฎ กล่าวเพิ่มเติมว่า โซลูชัน Smart Solar Energy Solutions จะช่วยให้การดําเนินธุรกิจของ SCX Corporation เป็นไปอย่างยั่งยืน ผ่านการสร้างคุณค่าใน 3 มิติ ได้แก่ 1 People ช่วยให้ผู้เช่าอาคารเข้าถึงพลังงานสะอาดโดยไม่ต้องลงทุนเอง ลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และตอบโจทย์มาตรฐาน ESG ของบริษัทข้ามชาติที่ต้องการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 2 Planet ช่วยลดก๊าซเรือนกระจกของประเทศ สนับสนุนทิศทางประเทศที่เลื่อนเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ Net Zero เร็วขึ้น เป็นปี 2050 พร้อมทั้งเสริมเป้าหมาย Green Logistics และ Green Industry ของกระทรวงพลังงาน และกระทรวงอุตสาหกรรม และ 3 Profit ช่วยสร้างรายได้ใหม่ให้แก่บริษัทจากการขายพลังงานแสงอาทิตย์ภายใต้ Power Purchase Agreement PPA คิดเป็นประมาณ 10 15 จากรายได้ค่าเช่าอาคาร พร้อมทั้งตอกย้ําภาพของบริษัทในฐานะผู้พัฒนาโครงการ Green Industrial Property ของไทย โดยบริษัทได้ร่วมมือกับ Vasticity Assets ในฐานะ Strategic Partner ที่มีประสบการณ์ด้านพลังงานสะอาดและเทคโนโลยี ESCO Energy Service Company มานานกว่า 10 ปี ให้เข้ามาช่วยดูแลการดําเนินงานให้เป็นไปตามเป้าหมาย นายธนวัฒน์ วงศ์นภาจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท วาสทิซิตี้ แอสเซท จํากัด หรือ Vasticity Assets กล่าวว่า บริษัทให้ความสําคัญกับการพัฒนาพลังงานสะอาดมาอย่างต่อเนื่อง แม้ปัจจุบันพลังงานแสงอาทิตย์อาจยังถูกมองว่าเป็น ทางเลือก แต่บริษัทมองเห็นชัดเจนว่า พลังงานแสงอาทิตย์จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานสําคัญของระบบพลังงานในอนาคต ความร่วมมือกับ SCX ซึ่งมีวิสัยทัศน์ตรงกันในการผลักดัน Smart Solar Energy Solutions สู่ภาคธุรกิจการผลิตและโลจิสติกส์ จะช่วยวางรากฐานด้านพลังงานที่ยั่งยืน และตอบโจทย์ผู้เช่าได้อย่างแท้จริง ต่อยอดสู่การสร้าง Green Ecosystem ที่แข็งแรงขึ้น พร้อมช่วยสนับสนุนความยั่งยืนทั้งเชิงเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อมให้กับประเทศ ทั้งนี้ Vasticity Assets จะเข้ามาช่วยเสริมแกร่งกระบวนการด้านวิศวกรรม การติดตั้ง รวมถึงระบบบริหารจัดการพลังงานแบบครบวงจร เพื่อให้ระบบสามารถผลิตไฟฟ้าได้ตามเป้าหมายและรองรับการขยายขนาดการใช้งานไปยังทุกอาคารของ SCX Logistics ในอนาคต เบื้องต้น มีแผนติดตั้ง Solar Rooftop ในโครงการนําร่องแห่งแรกที่ SCX Logistics บางนา กม 20 เฟสแรก ประมาณ 20 000 ตร ม ในปี 2026 ก่อนจะขยายการติดตั้งทั้งโครงการภายในปี 2027 และจะไปยังโครงการของ SCX Logistics ทุกแห่งต่อไป คาดว่าจะติดตั้งจนครบทุกแห่ง ภายในปี 2028 1 อ้างอิงการดูดซับ 9 กิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์ต่อต้นไม้เศรษฐกิจต่อปี

SC Asset ผนึก KBank เปิดเกมอสังหาฯ รายแรก หนุนลูกบ้านใช้พลังงานสะอาด มุ่งสู่ Net Zero บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน หรือ SC Asset ผู้นําด้านความยั่งยืนในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย ประกาศความร่วมมือกับ ธนาคารกสิกรไทย สนับสนุนให้ลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปสามารถขึ้นทะเบียนและขายใบรับรองพลังงานหมุนเวียน Renewable Energy Certificate REC ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่าย เพิ่มโอกาสสร้างรายได้ พร้อมร่วมกันสร้างสังคมพลังงานยั่งยืน มุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ตามพันธกิจ SCero Mission SC Asset ถือเป็นผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายแรกในประเทศไทยที่ชวนลูกบ้านขึ้นทะเบียนซื้อ ขาย REC โดยเริ่มจากกลุ่มลูกบ้านที่ติดโซลาร์แล้วกว่า 600 ยูนิต ครอบคลุมทั้งบ้านและคลับเฮ้าส์ในโครงการเก่าและโครงการใหม่ และจะขยายเพิ่มต่อเนื่องในอนาคต ซึ่งสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกกว่า 2 ล้านกิโลกรัมคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี และลดค่าไฟรวมเกือบ 14 5 ล้านบาทต่อปี นอกจากกลุ่มบ้านพักอาศัยแล้ว กลุ่มธุรกิจอาคารเพื่อเช่า ได้แก่ อาคาร SCT อาคารชินวัตร 3 สํานักงานใหญ่ของ SC Asset และ The Junction ยังได้เข้าร่วมการขึ้นทะเบียนในครั้งนี้ด้วย ตอกย้ําการเดินหน้าสู่สังคมพลังงานยั่งยืนอย่างรอบด้าน ภายใต้พันธกิจ SCero Mission เพื่ออํานวยความสะดวกให้ลูกค้า SC Asset ยังช่วยดําเนินการขึ้นทะเบียน REC ผ่าน GreenPass Platform เพื่อลดความยุ่งยากที่ลูกค้าต้องดําเนินการเอง ทําให้การเข้าถึงพลังงานสะอาดและการสร้างรายได้จากพลังงานทดแทนเป็นเรื่องง่ายขึ้นสําหรับทุกครัวเรือน นางสาว สุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน กล่าวว่า การร่วมมือกันระหว่าง SC Asset และธนาคารกสิกรไทยในครั้งนี้ เป็นอีกหนึ่งก้าวสําคัญของเราในการยกระดับการใช้พลังงานสะอาดในโครงการที่อยู่อาศัย ควบคู่กับการสร้างคุณค่าเพิ่มให้ลูกค้า และสนับสนุนการสร้างสังคมพลังงานยั่งยืน ซึ่งสอดคล้องกับพันธกิจ SCero Mission ที่ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก 100 000 ตันภายในปี 2030 และมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2065 ดร กรินทร์ บุญเลิศวณิชย์ รองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า แพลตฟอร์ม GreenPass ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนให้ภาคประชาชนและผู้ประกอบการ SME สามารถใช้ประโยชน์จากการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้อย่างเต็มที่ ช่วยสร้างรายได้เพิ่ม และคืนทุนจากการลงทุนได้เร็วขึ้น โดยตลาดโซลาร์รูฟท็อปทั้งในภาคครัวเรือนและธุรกิจ SME มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากต้นทุนติดตั้งที่ลดลง และนโยบายสนับสนุนจากภาครัฐ คาดว่าช่วงปี 2568 2578 จะมีการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปมากกว่า 100 000 หลังคาเรือนทั่วประเทศ ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นการยกระดับการส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาดในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยสนับสนุนให้อาคารสํานักงาน พื้นที่โครงการ ตลอดจนที่อยู่อาศัยของลูกบ้านที่ติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป สามารถดําเนินการขึ้นทะเบียน REC ผ่านแพลตฟอร์ม GreenPass ได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และไม่มีค่าใช้จ่าย ถือเป็นการเปิดโอกาสในการสร้างรายได้เพิ่มเติมอย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของทั้งสององค์กรในการผลักดันแนวคิด Sustainable Living ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมและสามารถนําไปสู่การปฏิบัติได้จริง ดร กรินทร์ กล่าวเสริม ลูกบ้านที่สนใจสามารถลงทะเบียนร่วมโครงการได้ที่ https app ruejaiclub com g80n สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร 1749 หรือที่นิติฯ โครงการ SC พิเศษ ลูกบ้านรับ Morning Coin คืน 2 000 MNC มูลค่า 200 บาท เมื่อกดรับสิทธิ์และลงทะเบียน REC สําเร็จ ภายในวันที่ 30 กันยายน 2568

SC Asset สานต่อภารกิจ SCeroMission เปิดตัวแคมเปญ Everyday SCeroMission สัญลักษณ์แห่งความใส่ใจในทุกมิติของการอยู่อาศัย ในยุคที่สิ่งแวดล้อมกลายเป็นเรื่องสําคัญของคนทั่วทุกมุมโลก และการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อชีวิตผู้คนในทุกมิติ องค์กรที่มีบทบาทในอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์จึงต้องปรับบทบาทจากผู้สร้าง บ้าน ให้เป็นผู้นําในการ สร้างโลกที่ดีกว่า ไปพร้อมกัน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน หรือ SC Asset ในฐานะผู้นําอสังหาริมทรัพย์คุณภาพสูง และมีนวัตกรรม ได้แสดงวิสัยทัศน์ระยะยาวอย่างชัดเจนผ่านการสานต่อพันธกิจ SCeroMission โดยร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจและคู่ค้ากว่า 100 ราย ผ่านการออกแบบอาคารและการใช้วัสดุรักษ์โลก สะท้อนความมุ่งมั่นในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG อย่างจริงจังและเป็นรูปธรรม ล่าสุด SC Asset ได้เปิดตัวแคมเปญใหม่ Everyday SCeroMission ภายใต้แนวคิด ภารกิจรักษ์โลกในทุกตารางนิ้วของการอยู่อาศัย นางสาว สุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล ตําแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ สายงานการพัฒนาองค์กรอย่างยั่งยืน บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน กล่าวว่า แคมเปญ Everyday SCeroMission ไม่ใช่เพียงการสื่อสารเพื่อสร้างภาพลักษณ์ แต่คือการแสดงให้เห็นว่า ความตั้งใจในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนของ SC Asset นั้น แทรกอยู่ในทุกกระบวนการ ของการพัฒนาโครงการ ตั้งแต่การออกแบบที่คํานึงถึงทิศทางลมและแสงธรรมชาติ คุณภาพอากาศ การเลือกวัสดุที่ยั่งยืน และลดการใช้ทรัพยากร ระบบจัดการพลังงานและน้ําที่มีประสิทธิภาพ การรองรับการใช้พลังงานทดแทน ไปจนถึงการจัดการขยะและการรีไซเคิลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ทุกโครงการที่มีสัญลักษณ์ SCeroMission เป็นคํามั่นว่าคุณจะได้บ้านที่เป็นมิตรกับโลกในทุกมิติ เราเชื่อเสมอว่าความใส่ใจต่อสิ่งแวดล้อมต้องเกิดจากการลงมือทําจริงในทุกกระบวนการของการพัฒนาโครงการ เราจึงเริ่มจากสิ่งเล็ก ๆ ที่สามารถขยายเป็นผลลัพธ์ใหญ่เพื่อโลกได้ ภายใต้แคมเปญ Everyday SCeroMission โดยมุ่งมั่นที่จะพัฒนาที่อยู่อาศัยให้ดีต่อทั้งลูกค้าและสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ แคมเปญนี้ยังถ่ายทอดแนวคิด บ้านที่ดีต่อโลก เริ่มต้นได้จากความใส่ใจเล็ก ๆ ในทุกตารางนิ้ว ผ่านการออกแบบพื้นที่สีเขียวด้วยไม้ฟอกอากาศและไม้พื้นถิ่นที่ทนทาน การเลือกวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การส่งเสริมการใช้ชีวิตประจําวันที่ประหยัดพลังงาน และการสนับสนุนการแยกขยะของผู้อยู่อาศัยรวมถึงการจัดการขยะจากการก่อสร้างอย่างมีคุณค่าเพื่อให้เป็นบ้านที่ออกแบบด้วยแนวคิดนี้จะช่วยให้ผู้อยู่อาศัยประหยัดพลังงาน มีสุขภาพดีขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ยั่งยืนยิ่งกว่าเดิม SC Asset ยังเดินหน้าร่วมมือกับพันธมิตรมากกว่า 100 ราย อาทิ SCG TATA TOA เบเยอร์ บลูสโคป ไดกิ้น มิตซูบิชิ ตลอดจนผู้รับเหมาก่อสร้างและสถาบันการเงิน เพื่อร่วมลดการปล่อย GHG 100 000 ตันคาร์บอนเทียบเท่า ภายในปี 2030 ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก 3 green ได้แก่ green well standard ยกระดับการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืน โดยกําหนดมาตรฐานสําหรับอสังหาฯ ทุกประเภทที่พัฒนาโดย SC ทั้งที่อยู่อาศัยและอสังหาฯ สร้างรายได้ประจํา ให้ดีต่อโลก และดีต่อคน อย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยจะเริ่มใช้มาตรฐานใหม่ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ eco friendly การใช้วัสดุและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม energy efficiency การพัฒนาอสังหาฯ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ healthy living การออกแบบและเลือกใช้วัสดุเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้คน green DNA มุ่งสร้างแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพนักงาน SC Asset ทุกคน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ วัฒนธรรมองค์กร และการลงมือปฏิบัติจริงจัง เพื่อให้ทุกบทบาทและการทํางานของคน SC มีส่วนร่วมในการลด GHG ได้อย่างจับต้องได้ รวมถึงการร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคู่ค้า และลูกค้า green collaboration ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ลดการปล่อย GHG ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาอสังหาฯ ครอบคลุมตั้งแต่การหาเงินทุน การออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ภายใน 5 ปีนี้ มากกว่า 95 ของมูลค่าการจัดซื้อ จะมาจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและส่งเสริมสุขภาวะที่ดีต่อผู้คน SCeroMission ไม่ใช่เพียงแคมเปญ แต่เป็น ภารกิจใหญ่ ที่สะท้อนความตั้งใจของ SC Asset ในการเป็นองค์กรที่รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างแท้จริง ด้วยการพัฒนานวัตกรรมที่อยู่อาศัยที่ดีต่อผู้อยู่อาศัยและดีต่อโลกไปพร้อมกัน จุดเริ่มต้นของภารกิจนี้ เริ่มได้ทุกที่ จากทุกคน SC Asset พร้อมจะเดินเคียงข้างลูกค้าคนสําคัญไปในทุกก้าวของภารกิจนี้ เพื่อสร้างโลกที่ดีขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อตัวเราเองในวันนี้ แต่เพื่ออนาคตของครอบครัวและลูกหลานของเราต่อไป สุดารัตน์ กล่าวปิดท้าย

SC รับประกาศนียบัตรการรับรอง มาตรฐานสากล ISO 14064 1 รักษามาตรฐานการวัดและรายงานการปล่อย GHG ต่อเนื่อง 3 ปีซ้อน มุ่งสู่ Net Zero บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน ผู้นําด้านการพัฒนาอสังหาริมทรัยพ์คุณภาพสูง และมีความยั่งยืนพร้อมส่งมอบคุณค่าสู่สังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง โดย นายจิรศักดิ์ เตชะทวีกุล กรรมการผู้จัดการ สายงาน บริหารอาคาร เป็นผู้แทนบริษัทฯ รับมอบประกาศนียบัตรการรับรองระบบมาตรฐาน ISO 14064 1 มาตรฐานสากลด้านการวัดปริมาณและการรายงานการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับองค์กร ประจําปี 2568 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 จากนายศราวุธ ศุภรัตนชาติพันธ์ Deputy Certification Manager ตัวแทนจากบริษัท บูโร เวอริทัส เซอทิฟิเคชั่น ประเทศไทย มาตรฐาน ISO 14064 1 เป็นมาตรฐานสากลที่มีการระบุหลักการและข้อกําหนดระดับองค์กรสําหรับการวัดปริมาณและการรายงานผลการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก รวมถึงได้ระบุข้อกําหนดสําหรับการจัดการข้อมูล การรายงาน และการทวนสอบข้อมูลบัญชีรายการการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์กร ทั้งนี้ การได้รับรองมาตรฐาน ISO 14064 1 เป็นเครื่องหมายยืนยันว่าบริษัทฯ มีความรับผิดชอบต่อสังคม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก มีส่วนร่วมขานรับนโยบายระดับประเทศในการลดผลกระทบการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งจะช่วยผลักดันให้บริษัทฯ เติบโตอย่างยั่งยืน สอดคล้องกับความมุ่งมั่นของ บริษัทฯ ในการติดตามและพัฒนาการลดการปล่อย GHG ของ บริษัทฯ อย่างถูกต้อง โปร่งใส และ รายงานได้ ตามเป้าหมายลดการปล่อย 100 000 ตันคาร์บอน ในปี 2030 และมุ่งสู่เป้าหมายระยะยาว Net Zero ภายในปี 2065 ภายใต้ภารกิจ SCeroMission อ้างอิง รายงานการประเมินคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรได้ที่ https www scasset com th about us sustainability

SC Asset เอาจริงอสังหาฯ สีเขียว ผนึกกําลังพันธมิตร มากกว่า 100 ราย ร่วมขับเคลื่อน SCero Mission ตั้งเป้าลดก๊าซเรือนกระจก 100 000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี เพื่อคนรุ่นถัดไป SC Asset โชว์ความเป็นผู้นําด้านความยั่งยืนในวงการอสังหาริมทรัพย์ไทย เดินหน้าผลักดันภารกิจ SCeroMission จัดงานใหญ่ SCero Together เปลี่ยนอนาคตอสังหาฯ สู่ความยั่งยืน เชิญพันธมิตรชั้นนํากว่า 100 ราย อาทิ SCG Tata TOA เบเยอร์ บลูสโคป ไดกิ้น มิตซูบิชิ ฯลฯ รวมถึงกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง และกลุ่มสถาบันการเงิน ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก GHG ให้ได้ 100 000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี ในงานมีผู้บริหารระดับสูงจากหลากหลายอุตสาหกรรม เข้าแลกเปลี่ยนแนวทางความร่วมมือเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืน นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน กล่าวถึง การจัดงานในครั้งนี้ว่า SC ในทศวรรษที่ 3 จะเติบโตบนธุรกิจที่หลากหลาย ควบคู่กับการสร้างคุณค่าต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม เพื่อมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2065 และจนถึงวันนี้ เราสามารถลดการปล่อย GHG ได้แล้ว กว่า 26 000 ตันคาร์บอน ผ่านการออกแบบอาคาร การใช้วัสดุรักษ์โลก การใช้นวัตกรรมเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน การติดตั้ง solar roof ในอาคารสํานักงาน บ้านตัวอย่างรวมกว่า 50 โครงการ และการแยกขยะอย่างมีระบบ จากนี้ SC Asset และพันธมิตรจะร่วมเดินหน้าลด GHG ให้ได้ 100 000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี ผ่านกลยุทธ์หลัก 3 green ได้แก่ green well standard green DNA และ green collaboration green well standard ยกระดับการพัฒนาอสังหาฯ อย่างยั่งยืน โดยกําหนดมาตรฐานสําหรับอสังหาฯ ทุกประเภทที่พัฒนาโดย SC ทั้งที่อยู่อาศัยและอสังหาฯ สร้างรายได้ประจํา ให้ดีต่อโลก และดีต่อคน อย่างยั่งยืนในทุกมิติ โดยจะเริ่มใช้มาตรฐานใหม่ตั้งแต่ปี 2025 เป็นต้นไป ครอบคลุมทั้ง 3 มิติ คือ eco friendly การใช้วัสดุและนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม energy efficiency การพัฒนาอสังหาฯ ใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และ healthy living การออกแบบและเลือกใช้วัสดุเพื่อส่งเสริมสุขภาวะที่ดีต่อทั้งร่างกายและจิตใจของผู้คน green DNA มุ่งสร้างแนวคิดความยั่งยืนให้เป็นส่วนหนึ่งใน DNA ของพนักงาน SC Asset ทุกคน ผ่านการสร้างความตระหนักรู้ วัฒนธรรมองค์กร และการลงมือปฏิบัติจริงจัง เพื่อให้ทุกบทบาทและการทํางานของคน SC มีส่วนร่วมในการลด GHG ได้อย่างจับต้องได้ รวมถึงการร่วมสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับคู่ค้า และลูกค้า green collaboration ร่วมมือกับพันธมิตรทางธุรกิจ ลดการปล่อย GHG ในทุกขั้นตอนของการพัฒนาอสังหาฯ ครอบคลุมตั้งแต่การหาเงินทุน การออกแบบ การจัดซื้อ การก่อสร้าง ไปจนถึงการจัดการของเสียอย่างเป็นระบบ ภายใน 5 ปีนี้ มากกว่า 95 ของมูลค่าการจัดซื้อ จะมาจากวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นายณัฐพงศ์ กล่าวปิดท้ายว่า SC Asset มีความมุ่งมั่นเอาจริง สู่อสังหาฯ สีเขียว พร้อมเชิญชวนพันธมิตรทุกราย ทั้งที่เคยร่วมมือกับเรา และพันธมิตรใหม่ๆ มาร่วมขับเคลื่อน SCero Mission ไปด้วยกัน เพื่อเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก 100 000 ตันคาร์บอน ภายใน 5 ปี อนาคตที่ยั่งยืนของคนรุ่นถัดไป เริ่มต้นที่การรวมพลังอย่างมุ่งมั่น ของคนรุ่นปัจจุบัน

SC Asset รับรางวัล Sustainability Disclosure Award 2024 ต่อเนื่อง 6 ปีซ้อน มุ่งมั่นสู่การพัฒนาองค์กรอย่างโปร่งใสและยั่งยืน นางสาวสุดารัตน์ เจริญเกตุมงคล Managing Director Customer Experiences เป็นผู้แทนบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน เข้ารับรางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน หรือ Sustainability Disclosure ประจําปี 2567 ประเภท Sustainability Disclosure Recognition 2024 ต่อเนื่อง 6 ปี จากสถาบันไทยพัฒน์ โดยมีนางสาววีรญา ปรียาพันธ์ กรรมการบริหารสถาบันไทยพัฒน์ เป็นผู้แทนมอบรางวัล ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น 5 หอศิลปกรุงเทพฯ สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่น ในฐานะองค์กรที่มีความโปร่งใสในการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ โดยกิจกรรมการมอบรางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืนเป็นการส่งเสริม สร้างขวัญกําลังใจ และเชิดชูองค์กรธุรกิจที่ได้รับรางวัลในการตอบสนองต่อเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน SDG Target 12 6 ที่ระบุให้มีการผลักดันกิจการโดยเฉพาะบริษัทข้ามชาติและบริษัทขนาดใหญ่รับข้อปฏิบัติที่ยั่งยืนไปดําเนินการและผนวกข้อมูลด้านความยั่งยืนเข้าไว้ในรอบการรายงานประจําปีของบริษัท สําหรับการคัดเลือกบริษัทที่ได้รับรางวัลเกียรติคุณการเปิดเผยข้อมูลความยั่งยืน ใช้เกณฑ์จาก ความสมบูรณ์ Completeness ความเชื่อถือได้ Credibility และการสื่อสารและนําเสนอ Communication ของข้อมูลความยั่งยืนที่องค์กรเผยแพร่ต่อสาธารณะ อาทิ รายงานแห่งความยั่งยืน หรือรายงานความรับผิดชอบต่อสังคมบูรณาการในรายงานประจําปี หรือรายงานในรูปแบบอื่น ทั้งที่เป็นรูปเล่มรายงาน ข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ ออนไลน์ อินโฟกราฟิก ฯลฯ โดยไม่ใช้แบบสํารวจข้อมูลหรือแบบสอบถามใดๆ เพิ่มเติม SCAsset ForGoodMornings SCยั่งยืน

SC Asset จับมือ LH Bank ลงนามสินเชื่อ Sustainability Linked Loan ครั้งแรก ตั้งเป้าลด GHG มากกว่า 35 000 ตันคาร์บอน ด้วยการจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากขึ้น 5 ทุกปี SC Asset จับมือธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด มหาชน ลงนามสนับสนุนสินเชื่อที่เชื่อมโยงกับผลการดําเนินงานด้านความยั่งยืนขององค์กร หรือสินเชื่อ Green Finance ในรูปแบบ Sustainability Linked Loan SLL จํานวน 600 ล้านบาท โดย SC ตั้งเป้าลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากกว่า 35 000 ตันคาร์บอนตลอดระยะเวลาของสินเชื่อ ด้วยการจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มากขึ้น 5 ทุกปี ตอกย้ําความมุ่งมั่นด้านความยั่งยืนของ SC Asset และ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จํากัด มหาชน นาย ณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จํากัด มหาชน หรือ SC เปิดเผยว่า ในทศวรรษที่ 3 ของ SC พร้อมมุ่งสร้างคุณค่า เติบโตควบคู่ไปกับความยั่งยืน เสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับลูกค้า คู่ค้าลงนามสัญญาสินเชื่อร่วมกันในครั้งนี้เป็นการให้สินเชื่อ SLL ในระดับองค์กร นับเป็นความร่วมมือครั้งสําคัญที่แสดงให้เห็นว่า SC ได้รับความเชื่อมั่นจากธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ในด้านการดําเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และทั้งสองบริษัทมีวิสัยทัศน์ร่วมกันในด้านความยั่งยืน ขอขอบคุณธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ที่เป็นพันธมิตรทางธุรกิจที่ให้การสนับสนุนการขับเคลื่อนทางธุรกิจของบริษัทฯ ด้วยดีเสมอมา SC Asset ตั้งเป้าที่ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการธุรกิจลง 25 ภายในปี 2030 ด้วยภารกิจ SCeroMission มุ่งออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งถือเป็นกระดุมเม็ดแรก ที่ไม่เพียงเกิดขึ้นภายในกระบวนการธุรกิจ แต่ยังคํานึงถึงผลกระทบในช่วงการอยู่อาศัยของลูกค้าระยะยาว ความร่วมมือในครั้งนี้จะวัดจากผลการประเมิน ESG Ratings ของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยที่จัดขึ้นทุกปี ด้วยการรักษาระดับ AA และการจัดซื้อวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจะต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจากการเลือกซื้อวัสดุก่อสร้างที่ปล่อยคาร์บอนน้อยกว่า หรือคาร์บอนฯ ต่ํา Low Carbon Product เพิ่มขึ้นทุกปี นายฉี ชิง ฟู่ กรรมการ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการ ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ กล่าวว่า ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มุ่งมั่นส่งมอบประสบการณ์ที่ดีเหนือความคาดหมายให้กับลูกค้าผ่านนวัตกรรม ผลิตภัณฑ์ บริการ และการเป็นที่ปรึกษาที่มีคุณภาพ เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าในทุกมิติ อีกทั้งยังยึดหลักการสร้างธุรกิจให้ยั่งยืนด้วยสิ่งแวดล้อม Environment สังคม Social และธรรมาภิบาล Governance หรือ ESG เพื่อตอบโจทย์เป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืน SDGs the UN Sustainable Development Goals UN SDGs เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ ทั้งนี้การสนับสนุนสินเชื่อ Sustainability Linked Loan ให้กับ SC ASSET ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความร่วมมือของ 2 องค์กร ที่มีเป้าหมายร่วมกันในดําเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบต่อองค์กรและประเทศ เพื่อการเติบโตที่ยั่งยืนร่วมกัน ธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มุ่งสนับสนุนทางการเงินแก่ลูกค้าธุรกิจช่วยลดต้นทุนการดําเนินงานให้ธุรกิจสามารถเติบโตและปรับตัวไปพร้อมกับทุกภาคส่วนในสังคมอย่างยั่งยืน เพิ่มศักยภาพและขีดความสามารถในการแข่งในตลาดโลก โดยในปัจจุบันธนาคารแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีสินเชื่อ ผลิตภัณฑ์ และบริการทางการเงิน เกี่ยวข้องกับความยั่งยืนที่หลากหลาย อาทิ สินเชื่อ Green Loan สินเชื่อ Sustainability Linked Loan หรือสินเชื่อ Green Transition Advisory Program ตอกย้ําการดําเนินธุรกิจภายใต้แนวคิดการเปลี่ยนผ่านสีเขียว LHB Green Finance Grown Up Together SCAsset SCการเงินแข็งแกร่ง SCยั่งยืน SCeroMission